เพื่อน ๆ คะ ในวันนี้ ถือว่าภารกิจพิิชิตสิวของบีมด้วยธรรมชาติบำบัดด้วยตัวเองก็มาถึงวันสิ้นสุดแล้ว โดยใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

และบีมก็หมดคำถามต่อการรักษาสิวด้วยตัวเองแนวนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

ร่างกายและผิวหน้าของบีมในวันนี้ได้ทำให้บีมมั่นใจแล้วว่า ธรรมชาติเป็นคำตอบของทุกสิ่ง

ความสมดุลเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตเราดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ การงาน การเงิน หรือความรัก

หัวใจ สำคัญของธรรมชาติบำบัดคือ การนำร่างกายและจิตใจของตัวเองกลับมาอยู่ที่จุดสมดุลเดิมก่อนที่เราจะเป็น สิว นั่นคือ สมดุลสมัยที่เราเป็นเด็กนั่นเองค่ะ

เด็กมีธรรมชาติอย่างไร เราก็ควรจะสังเกตและลองปฏิบัติตามพวกเค้าดูบ้างนะคะ

อ้อ แต่แน่นอนว่า ไม่ใ่ช่เด็กที่ถูกส่งเรียนพิเศษตั้งแต่อนุบาล 2 เพื่อเตรียมตัวเข้า ป.1 นะคะ

เด็กที่มีความเป็นเด็กจริง ๆ เราสามารถดูว่าเค้าเล่นอะไร จินตนาการอะไร คิดอย่างไร มองโลกอย่างไร

หากเข้าใจแล้ว เราจะเข้าถึงจุดสมดุลนั้นได้มากขึ้น ส่วนรายละเอียดเรื่องการกิน การใช้ชีวิตนั้น เราก็พร้อมจะเปลี่ยนแปลงเอง

บาง คน ไม่เข้าใจเรื่องสมดุลชีวิต ไม่เข้าใจ ไม่เชื่อในธรรมชาติ หากแม้จะปรับเปลี่ยนอาหารการกิน ก็จะรู้สึกฝืนใจตัวเองมาก และมักจะล้มเลิกได้ง่ายกว่าคนที่เข้าใจเรื่องพวกนี้จากภายใน

เท่าที่ บีมได้ค้นคว้า และเขียนมาในบล็อกนี้ ล้วนเพียงพอต่อการที่เพื่อน ๆ จะใช้บำบัดรักษาสิวเรื้อรังและไม่เรื้อรัง รวมทั้งโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่นไมเกรน เบาหวาน ฯลฯ ได้ด้วยตัวเองที่บ้าน

เพราะชีวิตไม่จำเป็นต้องมีอะไรยุ่งยากค่ะ ทำทุกอย่างให้ง่ายเข้าไว้

หมั่นบำรุงดูแลสุขภาพและร่างกายรวมทั้งจิตใจอย่างสม่ำเสมอ

ไม่ช้าไม่นาน เพื่อน ๆจะได้สุขภาพที่ดีและผิวธรรมชาติที่ปรารถนากลับคืนมาดังเดิม

ต่อ จากนี้ บีมอาจจะมาอัพบล็อกนี้บ้าง นาน ๆครั้ง คงจะเป็นเนื้อหาเพิ่มเติมเท่านั้น หรืออาจจะเป็นคำตอบสำหรับคำถามที่น่าสนใจที่ได้รับมาใหม่จากเพื่อนๆ และเอามาแบ่งปันให้อ่านที่นี่ค่ะ หรือถ้าไปเจอเคล็ดเด็ด ๆ ก็จะเอามาแบ่งปันกันเหมือนเดิม

ส่วนเรื่องที่ติดค้างไว้ เช่น งานแปลของ Seppo นั้น เล่มนั้นคงต้องขอติดไว้ก่อนเพราะติดปัญหาเรื่องงบประมาณ และอีกอย่าง แนวคิดในหนังสือของ Seppo บีมได้ทดลองปฏิบัติและถ่ายทอดให้เพื่อน ๆ ในบล็อกไปเรียบร้อยแล้ว หากแต่ว่า หนังสือของเค้าจะมีรายละเอียด เผื่อเอาไว้สำหรับคนที่ชอบหนังสือแนวอ้างอิง คือ ชอบอ่านรายละเอียด และมีอ้างอิงชัดเจน บีมก็เขียนขอบคุณ Seppo เค้าไปแล้วสำหรับหนังสือที่หาค่ามิได้ของเค้า ที่ทำให้บีมได้ชีวิตใหม่กลับคืนมา

ถ้าในวันที่บีมสามารถดำเนินการแปล หนังสือเ่ล่มนั้นได้สมบูรณ์แบบ บีมก็คงจะได้มาแจ้งให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้ง หรืออาจจะวางแผงในร้านหนังสือเลยนะคะ

ส่วนเนื้อหาอื่น ๆ ถ้าหากใครยังมีข้อข้องใจ สงสัย ติดขัดเรื่องการปฏิบัติ สอบถามเข้ามาได้เสมอ บีมตอบทุกคน ทุกคอมเม้นท์ และจดหมายทุกฉบับค่ะ

ส่วนเรื่องเครื่องสำอางค์ และตัวล้างสารพิษ หากใครสนใจสามารถสอบถามได้เช่นกัน

ขอบ คุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่ติดตามกันมาตั้งแต่ต้นนะคะ เดี๋ยวต่อจากบล็อกนี้ บีมคงจะเริ่มโปรเจ็คใหม่ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นอะไร แล้วบีมจะมาแจ้งให้ทราบกันอีกครั้งค่ะ ^^

บีมขออวยพรให้เพื่อน ๆ หายจากสิวเื้รื้อรังและมีสุขภาพดียิ่งขึ้นไปตั้งแต่นี้ไป
ขอให้ตั้งใจทำอย่างสม่ำเสมอนะคะ
บีมขอรับรองค่ะว่า ผลลัพธ์ที่ได้มันคุ้มค่า เพราะเหมือนได้เกิดใหม่จริงๆ ค่ะ ^^

โชคดีค่ะ
วันนี้บีมได้รับความกรุณาจาก Dr. Ben Kim ซึ่งบีมได้ติดต่อท่านทาง Twitter เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และท่านได้กรุณาให้ลิงค์บทความที่ท่านเขียนเอาไว้ ซึ่งสรุปได้ว่า

โดย ปกติแล้ว สัดส่วนของวิตามินและแร่ธาตุที่คนเราควรได้รับนั้น ธรรมชาติได้จัดสรรเอาไว้อย่างลงตัวอยู่แล้วในอาหารจากธรรมชาติแต่ละประเภท ยกตัวอย่างเช่น

ใน แอปเปิ้ลหนึ่งผล ก็จะมีคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุอยู่รวมกันทั้งหมด เพียงแต่ว่ามีในสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน โดยเจ้าคาร์โบไฮเดรต ไขมันและโปรตีนจะให้พลังงานแก่ร่างกายโดยมีวิตามินและแร่ธาตุในแอปเปิ้ลนั้น ช่วยทำให้สารอาหารในแอปเปิ้ลทั้งหมดถูกใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

ท่าน จึงแนะนำให้เรากินสิ่งที่มาจากธรรมชาติ ไม่ผ่านการดัดแปลง หรือผ่านน้อยที่สุด เพราะธรรมชาติจัดสรรให้เราอย่างสมดุลและพอดีอยู่แล้ว

ดัง นั้น การกินวิตามินหรือแร่ธาตุจำนวนมาก ๆ โดยไม่ตรวจสอบว่า แท้จริงแล้วเราขาดวิตามินหรือแร่ธาตุตัวใดเป็นพิเศษนั้น จึงเป็นสิ่งที่อันตรายต่อร่างกาย

แล้วเมื่อใดที่เราควรกินอาหารเสริม
  • เราได้รับการตรวจสอบที่น่าเชื่อถือแล้วว่าเราขาดวิตามินตัวนั้นจริง ๆ
  • เมื่อ เราได้พยายามสร้างสุขภาพของเราอย่างเต็มที่แล้ว แต่เราไม่ได้รับวิตามินหรือแร่ธาตุนั้นอย่างเพียงพอจากแหล่งอาหารที่เรา สามารถหาได้
ซึ่งท่าน ดร.คิมได้แนะนำว่า หากต้องการจะซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ให้ดูผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากธรรมชาติ 100% วิธี สังเกตคือ ส่วนผสมมักจะมีหลายตัว และเป็นส่วนผสมที่ส่งเสริมการทำงานของกันและกัน ยกตัวอย่างเช่น หากซื้อ วิตามินซี ถ้าที่ฉลากเขียนแค่ Ascorbic Acid เฉยๆ ไม่มีตัวอื่นพ่วงเลย เช่น ไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) เฮ็สเพอริดิน (Hesperidin) และ รูติน (Rutin) ซึ่ง เป็นสารที่ทำให้วิตามินถูกดูดซึมได้ดีขึ้นและใช้ได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น แสดงว่าตัวนั้นเป็นวิตามินซีสังเคราะห์ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายค่ะ และยังอาจจะสร้างพิษด้วย

ท่านยังบอกอีกว่า ให้ซื้ออาหารเสริมที่บรรจุใน “ขวดแก้วสีเข้ม” ที่จะรักษาสารอาหารให้คงอยู่ไว้ได้ ไม่เหมือนกับขวดใสหรือพลาสติก ซึ่งมีราคาถูกกว่าและไม่แตกง่าย

ขอแนะนำให้ใช้เฉพาะคนที่ทำตามขั้น ตอนที่ 1 อย่างถึงที่สุดแล้ว แต่เมื่อทานอะไรเข้าไปสิวมักจะอักเสบได้ง่ายอยู่ค่ะ ทานเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูและบำรุงรักษาตัวเองได้เร็วขึ้น

ทำไมจึงไม่แนะนำให้กินวิตามินเป็นขั้นตอนแรก

เพราะ ตอนที่ร่างกายของเรายังไม่แข็งแรงพอ และไม่มีสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายเลย วิตามินที่ทานเข้าไปมักจะออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ หรือถ้าหากจะกิน ต้องกินในปริมาณมาก ๆ และต้องกินหลายตัวมาก เพราะเราไม่รู้ว่าเราขาดตัวใดบ้าง (ซึ่งมักจะขาดเกือบทุกตัว)

การ กินวิตามินมาก ๆ แต่ไม่กินอาหารที่มีประโยชน์ซึ่งธรรมชาติได้จัดสรรสัดส่วนของสารอาหารไว้ให้ อย่างดีแล้วนั้น จะยิ่งเป็นภาระต่อตับและไตในการกำจัดวิตามินส่วนเกินออกจากร่างกาย

และ ยิ่งถ้าเรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปซื้อวิตามินสังเคราะห์มาแทนวิตามินแท้จาก ธรรมชาติ 100% พิษจะเกิดขึ้นกับร่างกายเข้าไปอีก ทำให้อาการสิวแย่ลงได้ (ตับกับไตที่ทำงานหนักก็มีส่วนทำให้สิวแย่ลง)

นอกจากนี้ ยาจำพวกเตตราไซคลิน หรือแก้อักเสบสำหรับสิวนั้น ก็เป็นศัตรูกับวิตามินหลาย ๆ ตัว เช่น สังกะสี ซึ่งแท้จริงแล้ว เป็นตัวสำคัญที่สามารถทำให้อาการสิวดีขึ้นได้ แต่บางคนกินแล้วไม่เห็นผล ก็เพราะว่า มีตัวยาแก้อักเสบตกค้างอยู่ในร่างกาย เมื่อกินสังกะสีเข้าไป มันก็ไม่ออกฤทธิ์ เลยไม่เห็นผล

ดังนั้น บีมจึงแนะนำให้ทำขั้นตอนที่ 1 ให้ได้ก่อน พยายามสร้างสุขภาพค่อย ๆ ล้างพิษออกไปให้หมดก่อน แล้วค่อยมากินวิตามินถ้าจำเป็น จึงจะเห็นผลดีและรวดเร็วค่ะ
เป็นเคสของคนที่แล้วค่ะ แต่เธอมีคำถามต่อ เลยขอลงดังต่อไปนี้ค่ะ (คำถามของเธอจะใช้ตัวหนังสือสีน้ำตาลนะคะ คำตอบบีมใช้สีน้ำเงิน)


ขอบคุณมากสำหรับเมล์นะคะ..แต่มีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมนะคะ..
ลืมบอกไปว่าเครื่องสำอางที่แพ้นั่นอ.ย.ประกาศว่าพบสารปรอทเพิ่งมาทราบหลังจากเลิกใช้แล้ว.


ปรอทเป็นโลหะหนักที่สะสมในร่างกายได้นานค่ะ ดังนั้น
ในช่วงที่คุณเริ่มดูแลสุขภาพเพื่อดูแลอาการสิว
อาจจะต้องมีช่วงที่ร่างกายถอนเอาพิษตัวนี้ออกมานะคะ ซึ่งมันจะออกมาก
ออกน้อยเป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดาค่ะ เพราะกลไกการทำงานของร่างกายนั้นซับซ้อน
เพียงแต่ว่าบีมต้องบอกไว้ก่อนค่ะ
เพื่อให้คุณได้รับทราบว่าต่อจากนี้อาจจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ขอตอบคำถามที่คุณบีมถามก่อนนะคะ ปัจจุบันใช้ยูเซอรีนทั้งชุด
แต่ไม่ใช่โทนเนอร์ สิวเป็นที่หน้า และที่หลังจะมีช่วงหลังด้านบน มีปัญหาสุขภาพคือ
ไม่ค่อยถ่ายประมาณ2 -3 วันถึงจะถ่ายเป็นแบบนี้มานานมากแล้วเท่าที่จำความได้
จะไม่ถ่ายทุกวัน


อาการท้องผูกมักเป็นสาเหตุหลักของโรคทั้งหมดของร่างกายรวมไปถึงสิวค่ะ
แม้ว่าแต่ก่อนไม่เคยเป็นสิว แต่หากท้องผูกตั้งแต่จำความได้
จะทำให้เป็นสิวได้ในวัยผู้ใหญ่ค่ะ ดังนั้น
คุณจึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาเรื่องท้องผูกให้หมดไปด้วยค่ะ
จึงจะสามารถทำให้อาการสิวค่อย ๆ ดีขึ้นได้

- มีคำถามคือ
บัวหิมะซื้อได้ที่ไหนอยากทราบที่อยู่ของคุณกานต์เพราะไปเชียงใหม่เกือบทุกอาทิตย์
เดี๋ยวบีมจะไปค้นหาอีเมลที่มีเบอร์โทรคุณกานต์ให้นะคะ ลองโทรคุยกับเธอโดยตรงเลย
เพราะบีมสั่งซื้อแล้วคุณกานต์ส่งมาทางไปรษณีย์ค่ะ แล้วบีมทิ้งกล่องไปแล้วด้วยสิ
- ตามคำแนะนำแสดงว่าให้ใช้ ACNE Aid อย่างเดียวไม่ต้องใช้ครีมกันแดด
ไม่ใส่ครีมบำรุง


ถูกต้องค่ะ เพราะหน้าคุณยังอ่อนแอมาก ๆ ที่จะใช้หลาย ๆ
ตัว หน้าเสียสมดุลไปมากค่ะ

- ตอนเช้าทาแป้งได้หรือเปล่า


คุณจะทาแป้งอะไรคะ แป้งแต่งหน้าผสมรองพื้นหรือแป้งอื่น ๆ?

- ดื่มนมหมักบัวหิมะและพอกโยเกริต์ไปพร้อมๆกันเลยใช่ใหมคะ


ค่ะ เิริ่มทำได้พร้อมกันเลย

- ทานน้ำมันสกัดจากเมล็ดป่าน(หาซื้อได้ที่ไหน)ไปพร้อมๆกันเลยหรือเปล่า


จะมีในร้านขายผลิตภัณฑ์สุขภาพทั่วไปค่ะ สำหรับอาหารเสริมนะคะ
เลือกที่บรรจุในขวดสีเข้ม ๆ ตั้งในที่เย็น ๆ อุณหภูมิต่ำ ๆ นะคะ
เพราะเจ้าสารอาหารในเมล็ดป่านนี้สลายค่อนข้างง่ายค่ะ ร้านไหนร้อน
และเอาอาหารเสริมไว้ที่แดดส่องถึง ไม่แนะนำให้ซื้อค่ะ ถ้าเป็นเมล็ดเลย
ที่ดอยคำมีค่ะ แต่บีมโทรไปเช็คครั้งล่าสุดเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เจ้าหน้าที่บอกว่า
(สาขาเชียงใหม่นะคะ) ยังไม่มีของค่ะ ต้องรอเดือนพฤศจิกายน
แต่คุณจะลองไปเดินดูก็ได้ค่ะ เผื่อเค้าจะเอามาแล้ว

- ผงใยอาหารหาซื้อได้ที่ไหนค่ะและรับประทานอย่างไร


ผงใยอาหารบีมเคยซื้อที่ดอยคำเช่นกัน แต่เป็นสาขาที่ฟิวเจอร์รังสิต ที่กรุงเทพฯ
น่ะค่ะ ซึ่งตัวนี้ ร้านขายยาใหญ่ ๆ น่าจะมีจำหน่ายค่ะ การรับประทานนั้น
ก็จะนำผสมกับน้ำ
หรือเครื่องดื่มที่มีประโยชน์เช่นน้ำผลไม้คั้นสดไม่เติมน้ำตาลแล้วดื่มเ้ข้าไปเลยค่ะ
มันจะพองตัวในทางเดินอาหารและช่วยกวาดขยะในลำไส้

- ในคำแนะนำให้ปฎิบัติเกี่ยวกับการรับประทานทั้งหมดสรุปว่าต้องทานแต่น้ำปั่นผักผลไม้
กับสลัดผักเท่านั้น ห้ามทานข้าวและอาหารอย่างอื่น


ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ แนะนำให้เป็นเช่นนั้นค่ะ ถ้าทำได้จะดีมาก ๆ
เพราะจะช่วยให้ร่างกายถอนพิษและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น แต่ถ้าไม่ได้
ให้เลี่ยงอาหารผัด มัน ทอด รสจัด ปิ้ง ย่าง แต่ข้าวนี่ทานได้นะคะ
ถ้าเป็นข้าวกล้องก็จะดีค่ะ ส่วนนมและผลิตภัณฑ์จากนมห้ามเด็ดขาด คือ
พวกอาหารฤทธิ์ร้อนทั้งหลายห้ามเลยค่ะ

- ต้องรับประทานแบบนี้ไปนานเท่าไหร่คะจึงจะเห็นผล


จากประสบการณ์ของบีมเองและที่อ่านเคสของคนอื่น ๆ ขอบอกว่า ถ้าเป็นเด็ก ๆ
วัยรุ่น หาหมอไม่นาน ไม่ได้ใช้อะไรกับหน้าเยอะ เค้าจะหายเร็วค่ะ
ไม่เกินหนึ่งเดือนก็จะหายแ้ล้ว แต่ถ้าสิวผู้ใหญ่ ต้องใ้ช้เวลา
เพราะสิวไม่ได้เกิดจากแค่ฮอร์โมนเพศแล้ว แต่เกิดจากระบบร่างกายที่แปรปรวนทั้งหมดค่ะ
แต่ถ้าได้ทำอย่างจริงจัง 3 เดือนจึงจะเริ่มเห็นผล

- อ่านเจอที่ทานไข่แดงดิบวันละ 2 ฟองต้องทานด้วยหรือเปล่า


ไม่ต้องแล้วค่ะ
อันนั้นเป็นสูตรแรกสุดที่บีมเคยทำ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว
และคุณไม่ต้องทานแบบนั้นก็ได้ค่ะ มันเคร่งเิกินไป และจะทำให้ร่างกายเครียด

- เอาไข่แดงทาหน้าด้วยใช่ใหม


ตอนนี้ยังไม่ต้องเอาไข่แดงทานะคะ ^^
ให้ใ้ช้ Acne Aid อย่างเดียวประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนให้ผิวปรับสภาพก่อนค่ะ
แล้วค่อยใช้แต่บัวหิมะอย่างเดียว

- แล้วต้องล้างพิษร่างกายก่อนปฏิบัติสิ่งเหล่านี้ด้วยหรือเปล่าค่ะ
พอดีอ่านเจอวิธีถอนพิษในรางกาย

วิธีสร้างสุขภาพด้วยองค์ประกอบ 6 อย่างเป็นวิธีการล้างพิษในชีวิตประจำวันอยู่แล้วค่ะ คือ
รับเอาแต่สิ่งที่มีประโยชน์เข้าไปคือ สารอาหารและน้ำจากพืชผัก
และลดภาระของระบบย่อยอาหาร เพราะไม่กินพวก ผัด ทอด ย่าง ปิ้ง เนื้อสัตว์
จึงทำให้ร่างกายมีแรงเหลือฟื้นฟูตัวเอง
การนอนหลับก็เป็นการดีท็อกซ์ประจำวันอยู่แล้วค่ะ ถ้านอนหลับสนิทได้ถูกเวลา
และอารมณ์ดี ๆ ความคิดบวก ๆ ใจสงบ
จะช่วยให้ฮอร์โมนและระบบร่างกายที่แปรปรวนกลับสู่สมดุลย์ได้เร็วขึ้นด้วยค่ะ

แต่ถ้าคุณอยากจะล้างพิษใหญ่สักครั้ง
ขอแนะนำให้เป็นการดื่มน้ำปั่นผักผลไม้ทั้งวันติดต่อกันประมาณ 3 วัน แต่ระหว่างนี้
กินนมหมักบัวหิมะได้้นะคะ

- คุณบีมปฎิบัติตามนี้ใช้เวลานานไหมค่ะแล้วตอนนี้ยังทานแบบนี้อยู่หรือเปล่า
หรือกลับมาทานแบบเดิมได้

กว่า บีมจะได้สูตรที่ลงตัวและนำมาเผยแพร่ให้กับคนอื่นได้ลองทานแล้วเห็นผลจริงได้ นี่ก็ใช้เวลาประมาณ 2 เดือนกว่า ๆ ค่ะ บีมค่อย ๆ ลองผิดลองถูกมา ตั้งแต่กินแบบสุดโต่งคือ สูตร Wai
ที่มีไข่แดงด้วยน่ะค่ะ

ตอนนี้ เป็นสูตรแบบทางสายกลาง จะเรียกว่าสูตรก็ไม่เชิง เพราะมันไม่ได้มีอะไรตายตัว เพียงแต่เป็นแนวทางกลาง ๆ ที่แต่ละคนรับไปปฏิบัติดูและสามารถปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตที่แตกต่างไปจาก ของบีมได้

คำว่าทานแบบเดิม ถ้าหมายถึง ทานเหมือนที่เคยทานก่อนเป็นสิว คือ
ทุกอย่าง ไม่เลือกเลย มันไม่มีแบบนั้นแล้วค่ะ เพราะว่าบีมพอใจกับการทานและปฏิบัติตัวตามแนวสุขภาพนี้มากกว่า ประทับใจที่กลิ่นตัวหายด้วย สิวที่หลังก็หาย สิวอกก็หาย ผิวทั้งตัวก็ดีหมดเลย มันไม่อยากกลับไปทาน หมูทอด ขนมปัง เบเกอรี่ มาม่า ของเผ็ด ๆ รสจัด
แบบนั้นมันไม่อยากไปเองค่ะ เพราะรู้แล้วว่ากินแล้วก็จะกลับไปมีสุขภาพแย่เหมือนเดิม
และสิวขึ้นด้วย

แต่ถ้าคำว่า ทานแบบเดิม คือ กลับมากินข้าว กับข้าว
แบบนี้บีมก็กลับมากินเหมือนเดิมค่ะ แต่เป็นข้าวกล้องค่ะ หรือข้าวกล้องงอก
กินผักนึ่ง ฟักทองนึ่ง ปลานึ่ง และน้ำปั่นผักผลไม้ต้องกินทุกวันอย่างน้อย 2 แก้ว
รู้สึกขาดไม่ได้ค่ะ และจริง ๆ เราก็ไม่ควรขาดด้วย เพราะถ้าเราไม่กิน
เราจะไม่มีสารอาหารไปซ่อมแซมร่างกายเลยค่ะ

และ ถ้าหากเมื่อไหร่ที่ไปเที่ยว บีมก็จะไม่เลือกมากนะคะ ก็ยังสนุกกับการกินตามปกติ แต่ว่าต้องยอมรับว่า ผิวเราจะต้องแย่ในวันถัดไปหรือสัปดาห์ถัดไปด้วย คือ มันเป็นความรับผิดชอบของเราทั้งหมดน่ะค่ะ ถ้าก่อนกินเราเลือกอย่างมีสติ ผลที่ได้ก็จะออกมาแบบมีสติแค่นั้นเองค่ะ

ซึ่งบีมเองกินมาจนรู้วิธีแล้วว่า กินอะไรแล้วสิวขึ้น กินยังไงให้สิวหาย ซึ่งตอนนี้สิวเม็ดใหญ่ ๆ
ไม่ เป็นปัญหาสำหรับบีมแล้วค่ะ จะมีก็แต่เม็ดเล็ก ๆ ที่่เป็นไปตามกระบวนการล้างพิษในแต่ละัวันของร่างกาย และถ้าเรามั่นคงในวิธีการของเราแบบนี้ไปเรื่อย ๆ มันจะดีขึ้นเองค่ะ
เราไปกะเกณฑ์อะไรไม่ได้ เรามีหน้าที่ทำให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่พร้อมสมบูรณ์เพื่อให้เค้าทำงานได้เต็มที่เท่านั้นค่ะ


-แล้วถ้าหายกลับมาใช้กันแดด ครีมบำรุงเหมือนเดิมได้หรือเปล่าคะ


ได้ค่ะ แต่ต้องเลือกเครื่องสำอางค์หน่อยเท่านั้นเอง
ตอนนี้บีมกำลังเริ่มทดลองใช้ค่ะ จะรายงานผลที่บล็อกเรื่อย ๆ นะคะ
ขอเวลาสักพักในการทดลองค่ะ ตรงนี้ไม่อยากให้ห่วงเลยค่ะ
ขอให้ร่างกายกลับมามีสุขภาพดีก่อนเท่านั้นเอง เรื่องหน้าเดี๋ยวบีมไปค้นคว้ามาให้ ^^

ปัญหาเยอะมาก ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ
เกือบลืมวิธีทำน้ำปั่นผักผลไม้มีหรือเปล่าคะ แล้วใช่อะไรได้บ้าง..


มีคำถามเยอะ ๆ นั้นดีค่ะ

วิธีทำไม่มีอะไรมากเลยค่ะ
เลือกผักผลไม้ที่มีค่าต้านอนุมูลอิสระสูง ๆและมีฤทธิ์เย็น
(เอาที่บีมแนะนำไปก็ได้ค่ะ) มาหั่น ๆ แล้วใสในโถปั่นที่มีความแรงค่อนข้างมาก
บีมใช้อยู่ที่ประมาณ 400 กว่าวัตต์ค่ะ จะมากกว่านี้ก็ได้เพื่อให้เนื้อที่ได้ละเอียดมาก ๆ
จะได้รับประโยชน์จากสารอาหารในผักผลไม้อย่างเต็มที่ แต่เอาที่ทนความร้อนนะคะ
ไม่งั้นสารอาหารบางตัวจะเสียไปเพราะความร้อนของมอเตอร์หรือใบมีดปั่นค่ะ
และไม่เอาเครื่องแยกกากค่ะ เพราะเราต้องทานกาก ยิ่งท้องผูกยิ่งต้องทานค่ะ

ผลไม้: แก้วมังกร แอปเปิ้ลแดงหรือเขียว แตงกวา มะเขือเทศ
(ถ้าเลือดกรุ๊ปบีห้ามกินมะเขือเทศค่ะ) ส้มโอ แตงไทย มะละกอสุก
(ไม่แนะนำให้กินบ่อยเกินสัปดาห์ละ 2 ครั้งค่ะ) สับปะรด

ผัก:
ผักฤทธิ์เย็นที่ให้ลิงค์ไปแล้ว ใช้ได้ทั้งหมด
น้ำเปล่าสะอาดไม่เย็นและไม่ร้อน
สำหรับผักที่ต้องนึ่งเ่ช่น ฟักทอง หรือ บร็อคเคอรี่ ให้ต้มไม่เกิน 5-10 นาที
รอให้อุ่น แล้วเอามาปั่นกับน้ำสะอาดไม่เย็น ก็ดื่มเ็ป็นนมได้ค่ะ

คือ พอนาน
ๆ ไป จะผสมอะไรกับอะไรได้ตามใจชอบเลยค่ะ ครีเอทได้เองเลย


widget